จัดทำบทความโดย
นางสาว อัจฉรา เฉลยสุข เลขทะเบียน 4901208051
เรื่อง ประกันรถยนต์วูบตามภาวะเศรษฐกิจ
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ยอดทำประกันภัยรถยนต์ปี 2552 ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ (ไทยรี) ได้รายงาน สถิติการรับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ปีรับประกันภัย 2552 พบว่าใน 9 เดือนแรกของปีนี้ เบี้ยรับประกันภัยตรงมีอยู่ 6,714 ล้านบาท เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ 2,915 ล้านบาท
สำหรับยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มีเกิดขึ้น 678.53 ล้านบาท เกิดอุบัติเหตุเสียหาย 55,724 ครั้ง จำนวนกรมธรรม์ 13,005,772 ฉบับ อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ (Loss Ratio, %) 23.3% ค่าสินไหมทดแทนโดยเฉลี่ยต่อครั้ง 12.200 บาท ค่าสินไหมทดแทนโดยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ 52.200 บาท จำนวนครั้งความเสียหายต่อกรมธรรม์ (Loss Frequency Ratio) 4.3%
การขยายตัวของประกันภัยรถยนต์ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ นับว่าลดลงอย่างมากโดยเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในช่วงเดียวกันของปีก่อนคือ 10,507 ล้านบาท
เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ 10,165 ล้านบาท ความเสียหายที่เกิดขึ้น 3,818,772 ล้านบาท เกิดความเสียหาย 298,826 ครั้ง อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ 37.6% ค่าสินไหมทดแทนโดยเฉลี่ยต่อครั้ง 12.800 บาท ค่าสินไหมทดแทนโดยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์, บาท 195 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในช่วงสุดท้ายของปีนี้ การรับประกันภัยรถยนต์จะดีขึ้น เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากการจัดงานมหกรรมมอเตอร์โชว์
ที่มา : http://www.posttoday.com/finance.php?id=82956
คำถาม
1. ยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นของปีนี้เป็นจำนวนเงินเท่าไร
2. จำนวนความเสียหายต่อกรมธรรม์ของปีนี้ เป็นกี่เปอร์เซ็น
3. สาเหตุที่ทำให้การรับประกันภัย ในช่วงสุดท้ายของปีนี้ดีขึ้น คืออะไร
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552
กบข. เกาะติดสถานการณ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด
จัดทำบทความโดย นางสาว อัจฉรา เฉลยสุข เลขทะเบียน 4901208051
เรื่อง กบข. เกาะติดสถานการณ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด
นางสาววริยา ว่องปรีชา รองเลขาธิการสายบริหารงานสมาชิก รักษาการ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่าเนื่องจาก กบข. มีการลงทุนทุกวัน และผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละวันจะถูกจัดสรรให้กับสมาชิก โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณจำนวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย ดังนั้น ยอดเงินที่แสดงผลในบัญชีของสมาชิกจึงอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ทุกวันตามมูลค่าต่อหน่วยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันด้วย
การปรับตัวของราคาต่อหน่วยที่มีได้ทั้งขึ้นและลง จะเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยแวดล้อมนั้น หมายความว่าถ้ามูลค่าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตัวเลขในบัญชีของสมาชิกก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันถ้ามูลค่าต่อหน่วยลดลง ตัวเลขในบัญชีของสมาชิกก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนต่างของราคาต่อหน่วยนี้เองก็คือผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ในแต่ละวัน ซึ่งหากสมาชิก กบข. ท่านใดที่ต้องการติดตามสถานะการลงทุนของ กบข. อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถตรวจสอบผล การดำเนินงานได้จากราคาต่อหน่วยที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม การเป็นสมาชิก กบข. ถือเป็นการออมระยะยาว ก็ต้องดูผลตอบแทนระยะยาวเป็นสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันโดยเฉลี่ยแล้วสมาชิกมีระยะเวลาในการเป็นสมาชิก กบข. อีกถึง 12 ปี จึงจะเกษียณอายุราชการ ดังนั้นสำหรับสมาชิกที่ยังไม่เกษียณอายุราชการ เงินของสมาชิกก็จะถูกนำไปลงทุนหาผลตอบแทนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ต้องการติดตามสถานะ และ การเปลี่ยนแปลงของกองทุนปัจจุบัน กบข. จึงจัดให้มีบริการที่สมาชิกสามารถตรวจสอบมูลค่าต่อหน่วยได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ กบข. เมนูมูลค่ากองทุนส่วนสมาชิก ซึ่งรองรับสมาชิกที่สะดวกใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมีทั้งมูลค่าต่อหน่วยและสินทรัพย์สุทธิในปัจจุบัน รวมถึงราคาต่อหน่วยย้อนหลังเป็นรายเดือน รายปี ราย 3 ปี ราย 5 ปี หรือนับตั้งแต่ตั้งกองทุน หรือจะเลือกใช้บริการของระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. หมายเลขโทรศัพท์ 1179 กด 7
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20091214/90841/กบข.-ย้ำเกาะติดสถานการณ์ลงทุนใกล้ชิด.html
คำถาม
1. กบข. มีการลงทุนทุกวัน และผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละวันจะถูกจัดสรรให้กับสมาชิก โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณจำนวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย ดังนั้นยอดเงินในแต่ละวันจะเป็นอย่างไร
2. การปรับตัวของราคาต่อหน่วยที่มีได้ทั้งขึ้นและลง จะเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยแวดล้อมนั้น หมายความว่าอย่างไร
3. บริการของระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. ติดต่อได้ที่หมายเลขใด
เรื่อง กบข. เกาะติดสถานการณ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด
นางสาววริยา ว่องปรีชา รองเลขาธิการสายบริหารงานสมาชิก รักษาการ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่าเนื่องจาก กบข. มีการลงทุนทุกวัน และผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละวันจะถูกจัดสรรให้กับสมาชิก โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณจำนวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย ดังนั้น ยอดเงินที่แสดงผลในบัญชีของสมาชิกจึงอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ทุกวันตามมูลค่าต่อหน่วยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันด้วย
การปรับตัวของราคาต่อหน่วยที่มีได้ทั้งขึ้นและลง จะเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยแวดล้อมนั้น หมายความว่าถ้ามูลค่าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตัวเลขในบัญชีของสมาชิกก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันถ้ามูลค่าต่อหน่วยลดลง ตัวเลขในบัญชีของสมาชิกก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนต่างของราคาต่อหน่วยนี้เองก็คือผลประโยชน์ที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ในแต่ละวัน ซึ่งหากสมาชิก กบข. ท่านใดที่ต้องการติดตามสถานะการลงทุนของ กบข. อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถตรวจสอบผล การดำเนินงานได้จากราคาต่อหน่วยที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม การเป็นสมาชิก กบข. ถือเป็นการออมระยะยาว ก็ต้องดูผลตอบแทนระยะยาวเป็นสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันโดยเฉลี่ยแล้วสมาชิกมีระยะเวลาในการเป็นสมาชิก กบข. อีกถึง 12 ปี จึงจะเกษียณอายุราชการ ดังนั้นสำหรับสมาชิกที่ยังไม่เกษียณอายุราชการ เงินของสมาชิกก็จะถูกนำไปลงทุนหาผลตอบแทนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ต้องการติดตามสถานะ และ การเปลี่ยนแปลงของกองทุนปัจจุบัน กบข. จึงจัดให้มีบริการที่สมาชิกสามารถตรวจสอบมูลค่าต่อหน่วยได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ กบข. เมนูมูลค่ากองทุนส่วนสมาชิก ซึ่งรองรับสมาชิกที่สะดวกใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมีทั้งมูลค่าต่อหน่วยและสินทรัพย์สุทธิในปัจจุบัน รวมถึงราคาต่อหน่วยย้อนหลังเป็นรายเดือน รายปี ราย 3 ปี ราย 5 ปี หรือนับตั้งแต่ตั้งกองทุน หรือจะเลือกใช้บริการของระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. หมายเลขโทรศัพท์ 1179 กด 7
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20091214/90841/กบข.-ย้ำเกาะติดสถานการณ์ลงทุนใกล้ชิด.html
คำถาม
1. กบข. มีการลงทุนทุกวัน และผลตอบแทนจากการลงทุนในแต่ละวันจะถูกจัดสรรให้กับสมาชิก โดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณจำนวนหน่วยและมูลค่าต่อหน่วย ดังนั้นยอดเงินในแต่ละวันจะเป็นอย่างไร
2. การปรับตัวของราคาต่อหน่วยที่มีได้ทั้งขึ้นและลง จะเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยแวดล้อมนั้น หมายความว่าอย่างไร
3. บริการของระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. ติดต่อได้ที่หมายเลขใด
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
คลังชูออมสินผู้นำไมโครไฟแนนซ์
จัดทำบทความโดย นางสาว อัจฉรา เฉลยสุข เลขทะเบียน 4901208051
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แก่พนักงานธนาคาร ออมสินทั่วประเทศ 1.3 หมื่นคน จาก 800 สาขา ว่า นอกจากธนาคารออมสินจะเป็นแกนนำในการแก้ไขหนี้นอกระบบให้บรรลุเป้าหมายแล้ว รัฐบาลจะใช้เป็นแม่แบบในเรื่องการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เพื่อดึงให้ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินอีกราว 10% เข้าสู่ระบบได้
นายกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้นำแนวคิดของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติมาก่อนหน้านี้แล้ว คือ โครงการธนาคารประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าเลื่อมใส แม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จัดทำแผนแม่บททางการเงินระยะที่ 2 ก็ยกให้เป็นแม่แบบในการให้บริการทางด้านไมโครไฟแนนซ์ จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ
สำหรับการดำเนินการแก้หนี้นอกระบบนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า แม้ลูกหนี้ที่มีปัญหาเคยกู้เงินจากธนาคารและมีรายชื่อติดในบัญชีดำในเครดิตบูโรกับธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะไม่ใช้เป็นสาเหตุหลักในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ เพราะต้องการดึงหนี้นอกระบบดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบแทนการกู้เงินนอกระบบ เสียดอกเบี้ย 20-30% ต่อเดือน และโครงการนี้จะแยกบัญชีออกมาอย่างชัดเจนจากโครงการธนาคารประชาชนที่ธนาคารดำเนินการ “รัฐบาลจะทำให้โครงการนี้มีความสำเร็จให้ได้ และไม่มีเจตนาที่จะทำแบบเฉพาะหน้าแค่ 2-3 เดือน แล้วคนกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก จึงจัดแผนอบรมให้ความรู้การรักษาวินัยทางการเงิน ซึ่งจะต้องติดตามประเมินผล” นายกรณ์ กล่าว
1. รัฐบาลต้องใช้แม่แบบในเรื่องการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เพราะเหตุใด
เรื่อง คลังชูออมสินผู้นำไมโครไฟแนนซ์
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แก่พนักงานธนาคาร ออมสินทั่วประเทศ 1.3 หมื่นคน จาก 800 สาขา ว่า นอกจากธนาคารออมสินจะเป็นแกนนำในการแก้ไขหนี้นอกระบบให้บรรลุเป้าหมายแล้ว รัฐบาลจะใช้เป็นแม่แบบในเรื่องการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เพื่อดึงให้ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินอีกราว 10% เข้าสู่ระบบได้
นายกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้นำแนวคิดของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติมาก่อนหน้านี้แล้ว คือ โครงการธนาคารประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าเลื่อมใส แม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จัดทำแผนแม่บททางการเงินระยะที่ 2 ก็ยกให้เป็นแม่แบบในการให้บริการทางด้านไมโครไฟแนนซ์ จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ
สำหรับการดำเนินการแก้หนี้นอกระบบนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า แม้ลูกหนี้ที่มีปัญหาเคยกู้เงินจากธนาคารและมีรายชื่อติดในบัญชีดำในเครดิตบูโรกับธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะไม่ใช้เป็นสาเหตุหลักในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ เพราะต้องการดึงหนี้นอกระบบดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบแทนการกู้เงินนอกระบบ เสียดอกเบี้ย 20-30% ต่อเดือน และโครงการนี้จะแยกบัญชีออกมาอย่างชัดเจนจากโครงการธนาคารประชาชนที่ธนาคารดำเนินการ “รัฐบาลจะทำให้โครงการนี้มีความสำเร็จให้ได้ และไม่มีเจตนาที่จะทำแบบเฉพาะหน้าแค่ 2-3 เดือน แล้วคนกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก จึงจัดแผนอบรมให้ความรู้การรักษาวินัยทางการเงิน ซึ่งจะต้องติดตามประเมินผล” นายกรณ์ กล่าว
คำถาม
1. รัฐบาลต้องใช้แม่แบบในเรื่องการปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ เพราะเหตุใด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)